สโลว์ไลฟ์ : วิธีที่ทำให้ช้าลง และเริ่มใช้ชีวิตอย่างมีความสุข

วิถีสโลว์ไลฟ์เกิดขึ้นที่ประเทศอิตาลี ไม่แปลกใจเลยใช่ไหม? ถ้าไม่ใช่คนที่อาศัยอยู่ในประเทศที่มีแสงแดด ที่มีมาตรฐานของชีวิตอยู่เสมอ ในทุกๆวันที่มีแต่ความสุข เนื่องจากคนอิตาลีได้เกิดความคิดเรื่อง “ศิลปะที่ไม่ทำอะไรเลย” ซึ่งก็หมายความว่าไม่ทำอะไรเลย แต่เรียนรู้ที่จะทำสิ่งต่างๆของตัวด้วยความสบายใจ, มุ่งเน้นไปที่ความสุขของคุณ, เพลิดเพลินกับกระบวนการ, ไม่ใช่แค่ไล่ติดตามผลอย่างเดียวเท่านั้น, เปลี่ยนชีวิตของคุณให้เป็น "วันที่มีชีวิตชีวา" ไอเดียนี้คือ การสนุกกับชีวิต, ชะลอตัวคุณเอง อย่างน้อยบางครั้งก็ปล่อยเลยตามเลย

วิถีสโลว์ไลฟ์ให้อะไรกับเราบ้าง?

หลักความคิดนี้คือ ทำให้เราช้าลง และเริ่มใช้ชีวิตที่สมบูรณ์ หยุดไล่ตาม หยุดใช้ชีวิตเหมือนกับคุณไม่มีเวลา หยุดและคิดถึงขณะนี้ และคิดถึงตัวคุณในตอนนี้ รู้สึกทุกนาทีและเรียนรู้ที่จะเพลิดเพลินไปกับสิ่งเล็ก ๆ เช่น ดื่มกาแฟอย่างช้าๆ, มีเวลาเพลิดเพลินไปกับรุ่งอรุณ, ทานอาหารที่คุณชอบช้าๆ, รู้สึกถึงรสชาติ, ใช้เวลากับครอบครัวและเพื่อนฝูง, ให้ตระหนักว่าทุกๆนาทีที่ใช้ร่วมกันเป็นสิ่งที่มีค่า โดยทั่วไปแล้วสำหรับฉันวิถีสโลว์ไลฟ์คือ การสื่อถึงการแสดงออกของผู้บัญชาการกรุงโรม Octavian Augustus "Festina lente" ซึ่งหมายความว่า “คูณต้องรีบทำช้าๆ” แน่นอนว่าเราไม่สามารถหนีจากกิจวัตรประจำวันและงานต่างๆได้ แต่คุณต้องหาที่ที่สะดวกสบายในทุกๆสิ่ง, หาดุลยภาพและความสมดุลของคุณ มีบางอย่างที่ต้องการการแก้ปัญหาอย่างรวดเร็ว แต่ก็ยังมีบางคนที่ไม่รีบเร่ง คุณแค่ต้องแยกความแตกต่างและชะลอการรีบเร่งของคุณ ที่คุณสามารถทำได้โดยไม่ต้องใช้มัน

ในปัจจุบันวิถีสโลว์ไลฟ์ได้แทรกซึมเข้าไปในการใช้ชีวิตประจำวันของเรา หนึ่งในเหตุผลหลักๆก็คือ ผู้คนจำนวนมากเริ่มเบื่อกับอะไรเร็วๆ และการแข่งขันของโลกสมัยใหม่ เราเริ่มที่จะบริโภคผลิตภัณฑ์กึ่งสำเร็จรูปและอาหารจานด่วนแทนที่จะเป็นอาหารโฮมเมดแสนอร่อย นั่งเฉยๆ, ทานอาหารที่ไม่ดีต่อสุขภาพ รู้ดีว่ามันน่าจะมีประโยชน์มากกว่าการสั่งอาหาร ทำการการดูดไขมันแทนการเล่นกีฬา เพราะว่าคุณต้องการผลลัพธ์อย่างรวดเร็ว เราใช้เวลาหนึ่งวันในการอ่านข่าว, ตรวจดูอีเมล และอ่านโพสต์ของคนอื่น ๆ ได้โดยที่ไม่ต้องให้ความสนใจกับลูก ๆ ของเราหรือโทรหาแม่ของเราเอง เลิกที่จะใช้วันหยุดเพื่อไม่ให้พลาดอะไรในที่ทำงาน บางทีสิ่งนี้อาจจะเป็นอันตรายต่ออาชีพของเรา? เราเริ่มใจร้อน, หงุดหงิด, ก้าวร้าว และวิ่งหนีไปที่ไหนสักแห่ง ทั้งหมดนี้ก็เพื่อทำทุกอย่างทันเวลา คำถามเดียวคือ: ที่ไหน? ตามที่ได้เห็นในทางปฏิบัติ เช่น การรีบเร่งสามารถนำไปสู่ประสาทสัมผัสของตา, ทางจริยธรรมและการเหนื่อยล้าทางกายภาพ, ความเหนื่อยล้าทางธุรกิจ ภาวะซึมเศร้าและการไม่รู้ถึงความหมายของการใช้ชีวิต และนี่เป็นกรณีที่ดีที่สุด

แล้วทีนี้หล่ะ? คุณยังอยากจะรีบเร่งต่อไปไหม? หรือคุณชอบความคิดของการชะลอทุกอย่าง และใช้ชีวิตอย่างมีความสุข? คนอิตาเลียนได้ตำแหน่งที่สามในการจัดอันดับของประเทศที่มีอายุขัยโดยอายุเฉลี่ยประมาณ 83 ปี ดังนั้นใช่ พวกเขารู้บางอย่าง และสิ่งนี้ควรได้รับการเรียนรู้



Subscribe

3.1K

Previous article

วิธีล้างหน้าโดยไม่ให้เกิดสิว

Next Article

การทำเล็บสิ่งที่คุณควรใส่ใจเพื่อทำให้มันปลอดภัย