วิธีบำรุงสมอง

อยากให้สมองของคุณทำงานอย่างมีประสิทธิภาพหรือไม่? เราขอนำเสนอเคล็ดลับวิธีการบำรุงสมองของคุณให้ดีขึ้น

บางทีทุกคนอาจจะไม่ทราบว่า สมองของมนุษย์ทำงานมีประสิทธิภาพมากกว่าคอมพิวเตอร์ ทุกๆชั่วโมงเซลล์ประสาทนับล้านในร่างกายของเราจะติดต่อกับเซลล์อื่นๆ และด้วยเหตุนี้เราไม่เพียงแต่สามารถประมวลผลข้อมูลขนาดใหญ่ได้ แต่ยังสามารถสร้างแนวคิดที่น่าทึ่งที่สุดและสร้างสิ่งที่ยอดเยี่ยมขึ้น

ปัญหาเดียวที่เหมือนกับกลไกอื่นๆที่สมองของเรามักจะเสื่อมไปตามกาลเวลา โดยปกติแล้วเมื่อเราอายุเยอะขึ้นเรื่อยๆ เราจะเริ่มใช้ศักยภาพสมองของเราได้น้อยลงเรื่อย ๆ ลองคิดดูสิว่ามีไอเดียที่ยอดเยี่ยมเกิดขึ้นในหัวกี่ครั้งในทุกๆวันเมื่อคุณเป็นเด็ก และอะไรเป็นสิ่งที่แตกต่างกันอย่างมากของการรับรู้ข้อมูลของสมองในช่วงที่กำลังศึกษา แล้วตอนนี้หล่ะ? คุณเคยสังเกตไหมว่าเมื่อเราเริ่มอายุใกล้ 30 ปี ความคิดเพียงอย่างเดียวที่จะคิดคือ ทำอย่างไรเพื่อจะให้มีเงินเดือนเพิ่มขึ้น, จ่ายค่าใช้จ่ายต่างๆ, ที่ไหนขายผ้าอ้อมเด็กถูกกว่า หรือจะสั่งรองเท้าหน้าร้อนในฤดูหนาว?

ยิ่งไปกว่านั้นเวลาคิดถึงบางสิ่งที่สำคัญ อาจจะไม่สามารถมีความคิดที่จำเป็นและอันชาญฉลาดได้ ถ้าหากว่าคุณเคยคิดที่จะพัฒนาสมองและความจำของคุณ หรือแค่ต้องการที่จะรู้เคล็ดลับสำหรับการป้องกันนั้น บทความนี้เหมาะสมสำหรับคุณ

ขั้นแรกให้เรียนรู้ที่จะฝึกสมองด้วยวิธีธรรมชาติ ไม่ใช่ใช้เพียงแต่ยา ควรจำไว้ว่าคุณไม่จำเป็นต้องใช้ยาหลายชนิดโดยที่ไม่จำเป็น และต้องปรึกษากับแพทย์ของคุณ นอกจากนี้ “การรักษาตัวเอง” ไม่ค่อยเป็นประโยชน์ โดยวิธีนี้คุณเพียงแค่ใช้ยากระตุ้น ซึ่งจะเป็นการทำให้ร่างกายของคุณเสพติดยา ซึ่งหลังจากนี้อวัยวะของคุณจะทำงานได้แย่ลง ขั้นที่สองปรับเปลี่ยนการบริโภคของคุณ อย่าลืมว่าการทำงานของสมองขึ้นอยู่กับกรดและวิตามินที่จำเป็น นั่นคือเหตุผลที่ว่าในการบริโภคของคุณจำเป็นต้องมีปลา เพราะว่าปลามีกรดไขมันไม่อิ่มตัวโอเมก้า 3 ซึ่งเป็นหนึ่งในกรดที่สำคัญที่สุดสำหรับการทำงานที่ดีของสมอง ระมัดระวังกับการบริโภคชีส, ไข่, เนื้อแดง และเนื้อเป็ดไก่ เพราะมีสารเร่งปฏิกิริยา เพื่อที่จะกระตุ้นกระบวนการคิดควรกินช็อกโกแลตรสขม, โกโก้, ถั่วหรือข้าวโอ๊ต และสิ่งที่สำคัญที่สุดคือ เลิกกินอาหารขยะ เพราะมันไม่เพียงเป็นอันตรายต่อรูปลักษณ์เท่านั่น แต่ยังทำลายกิจกรรมของสมองอีกด้วย นอกจากนี้คุณควรที่จะออกกำลังกาย การออกกำลังกายต่างๆทำให้อวัยวะทั้งหมดทำงานอย่างปกติ รวมทั้งเติมสมองด้วยออกซิเจน ซึ่งจะช่วยแก้ปัญหาที่ซับซ้อนได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น

และคำแนะนำสุดท้าย แต่อาจเป็นคำแนะนำที่สำคัญที่สุดคือ การฝึกสมองเอง ซึ่งหมายถึงการอ่าน, แก้ปริศนาอักษรไขว้, ต่อจิ๊กซอร์และแก้ไขปัญหา, เรียนรู้บทกวี และเนื้อเพลงโปรดของคุณ, เรียนรู้ภาษาใหม่ๆ หรือเรียนรู้วิชาใหม่ๆ, หากิจกรรมหรืองานอดิเรกทำ จริงๆแล้วการศึกษาโลก, ใช้ชีวิตอย่างแอคทีฟ และทำในสิ่งที่ตัวเองชอบ เพื่อไม่ให้สมองของคุณมีคำว่า “เบื่อ”



Subscribe

3.1K

Next Article

การหัวเราะช่วยรักษาหัวใจ!